เบอร์9แข้งสิงห์ที่ไม่น่าอภิรมย์

แทบจะทุกสโมสรที่จะมีเบอร์เสื้อที่โดดเด่น ละเว้นไว้เพียงเฉพาะบุคคลพิเศษ แต่จะมีสักกี่สโมสรที่จะมีเบอร์เสื้ออาถรรพ์ที่ใครๆ มาสวมใส่มีอันต้องฟอร์มรูดกันทุกคนและ 1 ในนั้นคือเสื้อหมายเลข 9 ของ เชลซี ที่ต่อให้มีดาวดังแข้งฟอร์มโหดมาจากไหน พอมาสวมใสเครื่องแบบ “สิงห์บูล” สกรีนเบอร์ 9 มีอันต้องปืนฝืดหรือฟอร์มพังไปในทันที และล่าสุดก็มาถึงคิวของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ที่ย้ายมาร่วมทัพ “สิงห์บูล” แบบยืมตัวสดๆ ร้อนๆ และนี่คืออดีตแข้งเบอร์ 9 แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริจด์ ที่เจออาถรรพ์นี้ แทงบอลออนไลน์

มาเตย่า เคซมัน (2004 – 2005)

ลงสนาม : 41 นัด

ยิง : 7 ประตู

ในช่วงเวลานั้น เคซมัน ได้รับยกย่องว่าเป็นศูนย์หน้าที่ได้รับการจับตามองมากคนนึงแห่งยุค จากฟอร์มที่ซัดตาข่ายกระจายกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ทำให้ เชลซี เจียดเงิน 5 ล้านปอนด์มาร่วมทีม แต่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คงยากเกินไปสำหรับเขาเพราะ เคซมัน มาอยู่ที่ เชลซี เพียงซีซั่นเดียว ก่อนต้องเก็บกระเป๋าย้ายออกไปก่อนเป็นแข้งพเนจรในที่สุด

เฮอร์นัน เครสโป (2005 – 2006)

ลงสนาม : 73 นัด

ยิง : 25 ประตู

เชลซี ทุ่มเงิน 16.8 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวดาวถล่มประตูแห่ง เซเรีย อา หวังมาล่าตาข่ายในถิ่น เดอะ บริดจ์ บ้าง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมาย ถึงแม้จะมีถ้วยพรีเมียร์ลีก ติดมือมา 1 สมัยก็ตามแต่

คาลิด บูลาห์รูซ (2006 – 2007)

ลงสนาม : 20 นัด

ยิง : 0 ประตู

ถือว่าเป็นเรื่องเซอไพร์สไม่น้อยที่คราวนี้ เชลซี เลือกให้กองหลังได้รับเสื้อหมายเลข 9 ไปครอบครอง แต่แล้วก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะ บูลาห์รูซ ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ ก่อนที่จะต้องย้ายออกไปหลังหลังเล่นได้เพียงซีซั่นเดียวเท่านั้น

สตีฟ ซิดเวลล์ (2007 – 2008)

ลงสนาม : 25 นัด

ยิง : 1 ประตู

หลังจากมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับ เรดดิ้ง และหมดสัญญาลง ซิดเวลล์ ก็เลือกที่จะย้ายมาหาความท้าทายใหม่กับสโมสรที่ใหญ่กว่าอย่าง เชลซี แต่แล้วเขาก็ต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าโดยได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเพียง 13 นัดเท่านั้น ส่วนประตูเดียวที่เขายิงได้เกิดขึ้นในศึก ลีก คัพ รอบสาม ที่พบกับ ฮัลล์ ซิตี้ ก่อนที่จะต้องย้ายออกจาถ้ำสิงห์ไป และในปัจจุบันเจ้าตัวก้ได้ประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยสโมสรสุดท้ายก็คือ ไบร์ทตัน ทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พนันออนไลน์

ฟรังโก ดิ ซานโต (2008 – 2009)

ลงสนาม : 16 นัด

ยิง : 0 ประตู

ดาวรุ่งน่าจับตามองในยุคนั้นและก็เป็น เชลซี ที่คว้าลายเซ็นของเด็กวัย 19 ปีในขณะนั้น แต่ด้วยความที่เขาอาจก้าวกระโดดเกินไป เชลซี อาจเป็นสโมสรที่ใหญ่เกินไปสำหรับเขา 1 ฤดูกาลในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 1 สมัย ก่อนที่จะปล่อยให้ แบล็คเบิร์น ยืมตัวในซีซั่นถัดมา และขายให้ขาดให้ วีแกน ก่อนที่ ดิ ซานโต จะไปคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ อีกสมัยกับ “เดอะ ลาติกส์”

เฟร์นันโด ตอร์เรส (2011 – 2014)

ลงสนาม : 172 นัด

ยิง : 45 ประตู

ฟอร์มที่โคตรแจ่มสมัยสวมเครื่องแบบ “หงส์แดง” ทำให้เบื้องบนของ เชลซี อดใจไม่ไหวควักเงินจำนวน 50 ล้านปอนด์เพื่อหัวหอกชาวกระทิงดุ แต่แล้วเหมือน ตอร์เรส จะลืมวิธีการถล่มประตูไว้ที่ แอนฟิลด์ เพราะกับสโมสร เชลซี เขาไม่ต่างอะไรกับสากที่ยืนอยู่หน้าประตู หากจะมีโมเม้นท์ที่ดีคงเป็นลูกที่ลากไปยิง บาร์เซโลน่า ในรอบรองแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2011/12 ก่อนที่เถลิงบัลลังก์แชมป์ในที่สุด

ราดาเมล ฟัลเกา (2015 – 2016)

ลงสนาม : 12 นัด

ยิง : 1 ประตู

หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้าล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาเลยอยากลองดูเพื่อจะปลุกเสือตัวนี้นี้ให้ตื่นขึ้นมา แต่ด้วยอาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่สามารถลงช่วยต้นสังกัดใหม่อย่างเต็มเม็ดเสียเท่าไหร่ เพราะฤดูกาลนั้นเจ้าตัวลงสนามไปเพียง 12 นัด และเป็นตัวจริงเพียง 2 นัดเท่านั้นเอง ทางเข้าSBOBET

อัลบาโร่ โมราต้า (2017 – 2018)

ลงสนาม : 48 นัด

ยิง : 15 ประตู *นับเฉพาะช่วงใส่เสื้อหมายเลข 9*

ฤดูกาลแรก โมราต้า เริ่มต้นอย่างกับฝันเพราะเจ้าตัวซัดไปถึง 8 ประตู จากการลงสนาม 11 นัดแรก แต่แล้วหลังจากนั้นไม่รู้อะไรเข้าสิง เพราะหลังจากนั้นทั้งฤดูกาลเขามีประตูมาฝากแฟนๆ เพียง 7 ประตูเท่านั้น ก่อนที่จะย้ายไปสวมหมายเลข 29 ในซีซั่นนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นวันเกิดของลูกฝาแฝดของเจ้าตัวที่เกิดวันที่ 29 กรกฎาคม นั้นเอง แต่ก็ไม่วายฟอร์มก็ยังคงไม่กลับมายอดเยี่ยมเหมือนเดิม และกำลังจะกลายเป็นอดีตกับ “สิงห์บูล” ในอีกไม่ช้า

แทงบอลออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *