มือขวากุนซือคือคนสำคัญ

ก่อน แมนฯยูไนเต็ด จะคว้าตัว ดไวท์ ยอร์ค ในเดือนสิงหาคม 1998 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องปวดหัวไม่น้อย มันเป็นช่วงที่ เฟอร์กี้ กำลังพักร้อนอยู่แถบเมดิเตอเรเนียนและได้ต่อสายคุยกับ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องดีลนี้ เพื่อดึงมาจาก แอสตัน วิลล่า ทางเข้าSBOBET

ตอนแรกคิดว่าทุกอย่างจะราบรื่น แต่ปรากฏเสียงปลายสายตั้งคำถามขึ้นว่า “คุณคิดว่า ยอร์ค เหมาะกับเราจริงๆหรือ? ได้ยินอย่างนั้นป๋าประหลาดใจไม่น้อย เพราะคุยกันเรียบร้อยแล้ว ยอร์ค นี่แหล่ะจะเป็นหัวหอกรายใหม่มาเพิ่มมิติให้กับแนวรุก จึงถามกลับไปบ้าง — ทำไมท่านประธานคิดอย่างนั้น”

ทางโน้นอ้อมแอ้มก่อนบอกมาว่า “มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับดีล ยอร์ค” “ใครกัน?” เฟอร์กี้ รีบถามสวนกลับไปอย่างไม่ลังเล เอ็ดเวิร์ดส์ เงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบสั้นๆมาว่า — “ไบรอัน” ซึ่งหมายถึง ไบรอัน คิดด์ ผู้ช่วยของป๋านั่นเอง

แล้วท่านประธานก็สาธยายตามที่ได้รับฟังมาว่า “ไบรอัน ให้ความเห็นว่า ยอร์ค ไม่มีความแข็งแกร่ง จังหวะเบียดแย่งกับกองหลังฝ่ายตรงข้ามมักจะตกเป็นรอง” “แล้วเขามองใครไว้ล่ะ?” เฟอร์กี้ ลองหยั่งเชิงดู

ท่านประธานตอบชื่อกลับมาเล่นเอาแทบหงายหลัง “เขาบอกว่า จอห์น ฮาร์ทสัน กองหน้าเวสต์แฮม” “หา! ฮาร์ทสัน นี่นะเหมาะกับ แมนฯยูไนเต็ด เขาคิดได้ยังไงกันเนี่ย” เอ็ดเวิร์ดส์ เห็นท่าไม่ดีนัก เลยถามกลับไปอีกว่า มีปัญหาอะไรกับ คิดด์ หรือเปล่า ลองคุยกันเองดูบ้าง ทำความเข้าใจกัน

ก่อนปมเรื่องนี้จะถูกเฉลยเมื่อท่านประธานทิ้งท้ายไว้ว่า ตอนนี้ คิดด์ ได้รับการทาบทามจาก เอฟเวอร์ตัน ให้ไปนั่งกุนซือเป็นเบอร์หนึ่งเต็มตัว หลังวางสายไป เฟอร์กี้ ครุ่นคิดอยู่คนเดียว ในหัวมีเรื่องมากมายอัดแน่นอยู่ เริ่มไม่มั่นใจในตัว คิดด์

แต่เพื่อความเป็นธรรมเขาเลยต่อสายทางไกลไปหา คิดด์ ก่อน จะได้ความกระจ่างมากขึ้น เฟอร์กี้ เล่าให้ฟังว่ารู้ทุกอย่างจากปากท่านประธานแล้ว ทางนั้นบ่นกระปอดกระแปด ทำนองว่าไม่มีอะไร กระทั่ง คิดด์ บอกว่าเพราะเห็น ยอร์ค เป็นนักเตะเลี้ยงบอลไม่ค่อยเก่ง ซึ่งมันดูขัดแย้งจากที่คุยกันไว้ในครั้งแรก

ก่อนจะตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้อง เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นเรื่องราวเพื่อขออนุมัติเงิน เฟอร์กี้ ปรึกษากับ คิดด์ แล้วเกี่ยวกับกองหน้าคนใหม่ เขาจะให้เกียรติมือขวาตัวเองเสมอ ไม่ตัดสินใจแบบลำพัง ตอนนั้น คิดด์ ก็เห็นดีด้วย แถมยังมีความคิดพ้องกันว่า หากไม่ได้ ยอร์ค จริงๆ ยังมี พาทริค ไคลเวิร์ต อีกคนอยู่ในข่ายน่าสนใจ

แล้วประเด็นเรื่องขออนุญาต เอ็ดเวิร์ดส์ ไปคุยกับเอฟเวอร์ตัน คิดด์ อ้อมแอ้มบอกว่า ทางนั้นพร้อมจ่ายค่าจ้างสูงกว่าปัจจุบันถึง 3 เท่าด้วยกัน เพราะอยากได้เงินเลยไปคุยด้วย เฟอร์กี้ ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปอีก ทำไมอยากได้ค่าจ้างเพิ่มแล้วไม่บอกกันดีๆ นี่ลูกพี่คุณนะ น่าจะพูดกันตามตรง

หลังกลับมาจากพักร้อน เฟอร์กี้ ได้เข้าพบกับคณะผู้บริหาร มีการชื่นชมเรื่องงานที่ทำว่าได้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม แต่หนึ่งในนั้นกลับลงท้ายว่าช่วงหลังดูเหมือน เฟอร์กี้ จะทุ่มเทน้อยลง หันไปให้เวลากับเรื่องม้าแข่งที่เลี้ยงไว้เยอะขึ้น มันทำเอาฉุนขาดขึ้นมาถึงกับโพล่งเลยว่า “ถ้าอย่างนั้นไล่ผมออกได้เลยน่ะ”

ทางนั้นเลยรีบตอบกลับพัลวันว่าไม่ใช่อย่างนั้น อย่าเข้าใจผิด นี่เป็นการติเพื่อก่อ แล้วจะขอจบง่ายๆ แต่คนอย่าง เฟอร์กี้ มีหรือจะยอม ช่วงหลังงานผู้จัดการทีมมันหนักมากๆ ต้องจัดการเรื่องเอกสารและคุยโทรศัพท์หลายสายในแต่ละวัน บางครั้งเลยไม่ได้คุมซ้อมอย่างสม่ำเสมอ หน้าที่นั้นจึงมอบหมายให้ คิดด์ รับไปดูแล

นั่นเองที่ทำให้ผู้บริหารทั้ง เอ็ดวิร์ดส์ และ เซอร์โรแลนด์อาจจะมองว่าทำงานน้อยลง ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย เท่าที่ผ่านมา เฟอร์กี้ แสดงให้เห็นแล้วจัดการเรื่องการซื้อขายผู้เล่นได้ดีขนาดไหน ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว แต่เคสของ ยอร์ค ทำไมต้องมาตั้งคำถามกันด้วย พนันออนไลน์

เลยยื่นคำขาดว่าถ้าไม่เชื่อมั่นการตัดสินซื้อผู้เล่นจริง ก็ปลดออกได้เลยอยู่ไปก็เปล่าประโยชน์

ปรากฏว่าไม้แข็งได้ผล ทั้งสองผู้บริหารรีบอุมัติให้ซื้อ ยอร์ค ทันทีเหลือกรณีสัญญาใหม่กับ คิดด์ ซึ่ง เฟอร์กี้ ปล่อยให้ปิดห้องคุยกันเอง ตัวเขาไม่อยากรับรู้ด้วยอารมณ์ที่กำลังผิดหวังมาก

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็มีการปรับปรุงสัญญาฉบับใหม่ให้ คิดด์ แล้ว เรียกว่าสโมสรพร้อมให้เต็มที่ขนาดนี้ แล้วตัวเขาก็สนับสนุนทำไมถึงปิดปากเงียบทำเรื่องนี้ให้เป็นความลับด้วย นั่นหมายความว่า คิดด์ ไม่ได้ไว้ใจ เฟอร์กี้ อีกต่อไป ยิ่งจินตนาการเรื่องราวไปเรื่อย ก็ยิ่งผิดหวัง เพราะตลอด 7 ปีที่ร่วมสู้ด้วยกันรับฟังมือขวารายนี้มาตลอด

ดูสถานการณ์แล้วอาจอยู่ด้วยกันไม่นาน ทั้งที่ เฟอร์กี้ ต้องการมีผู้ช่วยที่จงรักภักดีและพร้อมจะคุยกันทุกเรื่อง ไม่มีหัวหน้าคนไหน ไม่รักลูกน้องที่ทำงานหนักและร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันหรอก

แต่บางทีเป็นลูกน้องต่างหากที่คิดมากไปหรือฟังคำคนอื่นเยอะเกิน

คิดด์ ไม่ได้ไปคุมเอฟเวอร์ตัน แต่ตัดสินใจเลือกไปนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในปี 1998 แทนที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ที่โดนปลดออกหลังจากผลงานย่ำแย่ทรุดหนัก จนตกไปอยู่โซนท้ายตาราง เริ่มต้น คิดด์ มีผลงานที่น่าพอใจ ฉุดทีมพ้นจากโซนสีแดงสำเร็จ จนได้รับการโหวตให้คว้าผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือน

อย่างไรก็ตามจากนั้นผลงานดิ่งเหวลงเรื่อยๆ เพราะในฤดูกาลถัดมาออกสตาร์ตได้ไม่เท่าไร กุหลาบไฟก็จมอยู่ข้างท้าย อันดับที่ 19 สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายเดินออกมา เขาถึงได้เข้าใจรสชาติการเป็นเบอร์หนึ่งว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด พอจะรู้สึกถึงหัวอก เฟอร์กี้ ได้เป็นอย่างดี

เพราะจากนั้นมาก็ไม่เคยรับงานผู้จัดการทีมอีกเลย รับงานมือขวามาตลอดไล่ตั้งแต่กับลีดส์ ยูไนเต็ด , ทีมชาติอังกฤษ , เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด , พอร์ทสมัธ และแมนฯซิตี้ในปัจจุบัน ก่อน คิดด์ จะโดนกุหลาบไฟเชือดไม่กี่เดือน แมนฯยูไนเต็ดเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้าทริปเปิ้ลแชมป์มาครองได้สำเร็จ ทั้งที่เขาน่าจะได้มีส่วนร่วม เพราะเป็นผู้วางรากฐานอันแข็งแกร่งไว้ด้วย

น่าเศร้าที่เรื่องมันต้องจบลงด้วยแบบนี้ ทั้งที่สองคนเคยบุกเบิกสร้างความยิ่งใหญ่มาตั้งแต่แรกด้วยกัน

“สำหรับคนบางคนเหมาะกับการเกิดมาเพื่อเป็นผู้ช่วย อย่างผมถ้าต้องเป็นผู้ช่วยจริง อาจทำหน้าที่ได้แย่มากๆก็ได้””ไบรอัน ไปเป็นผู้จัดการทีมแบล็คเบิร์น แล้วต้องเจอกับความยากลำบากมากมาย ท้ายที่สุดแล้วเขาจึงรู้ว่าผู้ช่วยนั้นคือชีวิตของเขา” — เฟอร์กี้ ว่าไว้อย่างนี้

แน่นอนทุกคนอยากเป็นหัวหรือเบอร์หนึ่งด้วยกันทั้งนั้น ตำแหน่งผู้จัดการทีมคือความใฝ่ฝันของอดีตนักเตะแทบทุกคน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นกันได้ทุกคน เช่นเดียวกับตำแหน่งผู้ช่วย แม้ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะมาเป็น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นได้ดี SBOBET24

คนบางคนเกิดมาเพื่อเป็นอย่างที่คุณสมบัติเขามี ต่อให้ฝืนแค่ไหนก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ ทุกวันนี้ คิดด์ คือหนึ่งในเบื้องหลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้แมนฯซิตี้ก้าวมาไกลทัดเทียมกับแมนฯยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญอีกต่อไป

และหากมีสโมสรไหนยื่นข้อเสนอมาให้นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีม เขาอาจปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดอีกต่อไป

มือขวากุนซือคือคนสำคัญทางเข้าSBOBET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *